แปดขุมนรกแห่งเบ็ปปุ สัมผัสบ่อน้ำพุร้อนในหลากหลายรูปแบบ

โออิตะ (Oita)

เมืองเบ็ปปุเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลและภูเขา “อนเซ็ง” ของเมืองนี้มีชื่อเสียงอย่างมาก โดยในเมืองมีบ่อน้ำพุร้อนหลักถึงแปดบ่อด้วยกัน ซึ่งมีชื่อเล่นว่า “แปดขุมนรกแห่งเบ็ปปุ” ซึ่งทำให้เมืองเบ็ปปุนั้นแบ่งโซนน้ำพุร้อนออกได้เป็น 8 โซนที่เรียกว่า เบ็ปปุฮัตโต โดยที่หกโซนตั้งอยู่ในอำเภอคันนะวะ และอีกสองโซนอยู่ในอำเภอชิบะเซะกิ

แปดขุมนรกแห่งเบ็ปปุ (8 Hells of Beppu) ประกอบไปด้วย

บ่อนรกขุมที่ 1 อุมิ จิโกกุ (Umi Jigoku)

บ่อน้ำพุร้อนอุมิจิโกขุ จะใหญ่ที่สุดในบรรดาบ่อน้ำพุร้อนทั้งหมด มีความลึกประมาณ 200 เมตร น้ำจะเป็นสีน้ำเงินโคบอลต์หรือคล้ายกับสีของน้ำทะเล เนื่องจากมีการละลายของซัลเฟตทำให้มีสีฟ้า บ่อนี้มีความร้อนประมาณ 98 องศาเซลเซียส

บ่อนรกขุมที่ 2 ชิโนเกะ จิโกกุ (Chinoke Jigoku)

บ่อน้ำพุร้อนชิโนเกะหรือบ่อโคลนสีแดงเป็นบ่อน้ำพุธรรมชาติที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น บ่อนี้มีความร้อนจากเหล็กออกไซด์กับแมกนีเซียมรวมกันจนปะทุออกมาเกิดเป็นโคลนสีแดงทำให้น้ำในบ่อก็เป็นสีแดงไปด้วย หรือที่เรียกกันว่าบ่อเลือดนั่นเอง

บ่อนรกขุมที่ 3 ทัตสึมากิ จิโกกุ (Tatsumaki Jigoku)

บ่อน้ำพุทัตสึมากิเป็นบ่อที่จะมีน้ำพุร้อนๆ พุ่งออกมาทุกๆ 25-30 นาทีและมีอุณหภูมิของน้ำใต้ดิน 150 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวมักจะรอจนกว่าจะเห็นน้ำพุร้อนพุ่งขึ้นมาถึงจะเป็นที่พึงพอใจ

บ่อนรกขุมที่ 4 ชิราอิเกะ จิโกกุ (Shiraike Jigoku)

บ่อน้ำพุร้อนชิราอิเกะหรือบ่อน้ำพุร้อนสีขาว น้ำในบ่อแห่งนี้จะประกอบไปด้วยส่วนผสมของกรดบอริก, โซเดียมคลอไรด์, กรดซิลิก และแคลเซียมไบคาร์บอเนต จึงทำให้น้ำพุร้อนออกสีขาวปนฟ้า

บ่อนรกขุมที่ 5 โอนิอิชิ โบสุ จิโกกุ (Oniishi Bozu Jigoku)
มีลักษณะเป็นบ่อโคลนสีเทาที่มีความร้อน 99 องศาเซลเซียส มองดูแล้วจะเห็นโคลนเดือดปุดๆ

ชื่อโอนิอิชิโบสุ มาจากโคลนที่ผุดขึ้นมาจะมีลักษณะคล้ายกับ “หัวของพระสงฆ์” (“โบสุ” แปลว่า พระสงฆ์)

บ่อนรกขุมที่ 6 โอนิยามะ จิโกกุ (Oniyama Jigoku)


บ่อน้ำพุร้อนโอนิยามะหรือเรียกอีกชื่อว่า “บ่อนรกจระเข้” เพราะในบ่อนี้มีจระเข้อยู่ประมาณ 70 ตัวเลยทีเดียว

บ่อนรกขุมที่ 7 คามาโดะ จิโกกุ (Kamado Jigoku)

บ่อน้ำพุร้อนคามาโดะ มีตำนานเล่าว่าแต่ก่อนบ่อนี้เคยใช้เป็นที่ปรุงอาหารถวายเทพเจ้า

บ่อนรกขุมที่ 8 ยามะ จิโกกุ (Yama Jigoku)

บริเวณดังกล่าวจะมีไอน้ำที่พุ่งออกมาจากร่องหินบนภูเขา เนื่องจากไอน้ำดังกล่าวนั้นเองที่ได้ก่อให้เกิดความหลากหลายของสัตว์ที่มาอาศัยอยู่ที่นี่ เช่น ฮิปโปโปเตมัส นกยูง นกฟลามิงโก้สายพันธุ์ยุโรป ลิงและม้าแคระ เป็นต้น