เทคนิคการเลือกซื้ออาหารเสริมโปรไบโอติก

เรื่องที่น่าสนใจล่าสุด

ในยุคที่ผู้คนเริ่มสนใจการดูแลสุขภาพมากขึ้น โปรไบโอติกนับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกยอดฮิตสำหรับคนที่ใส่ใจสุขภาพ เพื่อที่จะซ่อมแซมและป้องกันร่างกายให้พร้อมสมบูณร์ กับการเผชิญโลกที่เต็มไปด้วยมลพิษและเชื้อโรคต่างๆเต็มไปหมด

และด้วยความที่โปรไบโอติกกำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นนี่เอง ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับโปรไบโอติกออกมาสู่ท้องตลาดให้เลือกซื้อและรับประทานเป็นจำนวนมาก สำหรับผู้ที่ยังใหม่หรือยังไม่เข้าใจโปรไบโอติกดีพอ อาจจะเลือกซื้อได้ตรงตามความต้องการของร่างกายเท่าไหร่ วันนี้เราจึงอยากมาแนะนำเทคนิคในการเลือกซื้อโปรไบโอติก เพื่อให้การทานโปรไบโอติกนั้นมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนี้

ดูสายพันธุ์ของจุลินทรีย์ – มีจุลินทรีย์ที่เป็นโปรไบโอติกอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ละสายพันธุ์ก็จะส่งผลต่อร่างกายที่แตกต่างกันไป การทานสายพันธุ์ที่สามารถส่งผลต่อปัญหาของเราเข้าไป ก็จะช่วยให้ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้ ในทางกลับกัน หากเราทานโปรไบโอติกที่มีจุลินทรีย์ที่ไม่ได้ช่วยเกี่ยวกับปัญหาที่เราเป็นอยู่ ก็อาจจะไม่ส่งผลในทางที่ดีขึ้นได้ แต่จะเป็นการทานเพื่อรักษาสมดุลจุลินทรีย์เอาไว้มากกว่า ถือว่าเป็นการทานเพื่อป้องกัน ไม่ใช่การทานเพื่อฟื้นฟู

ปริมาณของจุลินทรีย์ – ในอาหารเสริมโปรไบโอติกแต่ละแบรนด์ นอกจากจะมีจำนวสายพันุ์ที่ไม่เท่ากันแล้ว ยังมีจำนวนจุลินทรีย์แตกต่างกันไปด้วย และแต่ละสายพันธุ์ในผลิตภัณฑ์นั้นๆ อาจจะมีจำนวนของจุลินทรีย์ต่อหนึ่งหน่วยไม่เท่ากันด้วย ดังนั้นเราจึงต้องดูด้วยว่าในผลิตภัณฑ์นั้นๆ จุลินทรีย์สายพันธุ์ที่เราต้องการมีปริมาณมาก-น้อยเท่าใด โดยอย่างน้อยควรจะมี 1,000 ล้านตัว ถึงจะเพียงพอสำหรับการสร้างสมดุลของจุลินทรีย์ในร่างกาย แต่สำหรับบางคนที่มีโอกาสสูญเสียจุลินทรีย์มากๆ ก็ควรที่จะทานในปริมาณที่มากขึ้นไปอีก

การเก็บรักษา – ผลิตถัณฑ์โปรไบโอติกที่ดี จะต้องเก็บรักษาได้ง่าย เช่น ในอุณภูมิห้องปกติ ซึ่งจะมีโปรไบโอติกบางชนิดที่เชื้อจุลินทรีย์จะตายเมื่อเจอกับความร้อน ทำให้การทานโปรไบโอติกนั้นไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนั้นจึงควรเลือกโปรไบโอติกที่มีเทคโนโยลีในการเก็บรักษาให้เชื้อจุลินทรีย์อยู่รอดจนถึงลำไส้ได้ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการร่างกายมากที่สุด

วิธีการรับประทาน – โดยส่วนใหญ่จะพบว่าอาหารเสริมโปรไบโอติก จะรับประทานโดยการชงกับน้ำ ซึ่งก็มีโอกาสสูงที่เชื้อจุลินทรีย์บางส่วนจะตายได้ โดยเฉพาะการชงกับน้ำร้อน แต่ในปัจจุบัน โปรไบโอติกสามารถทานได้ทันที แต่ก็ยังมีรสชาติหรือกลิ่นคาวอยู่ หากจะให้ดีควรเลือกโปรไบโอติกที่ไม่มีกลิ่นคาวและมีรสชาติน่ารับประทาน ซึ่งมีหลายแบรนด์ที่ทำออกมาได้ดี

Klook.com