คู่มือเที่ยวญี่ปุ่นตัวตัวเอง ครบทุกขั้นตอน ง่าย ๆแค่นี้ไปได้เอง

เคล็ดลับการเที่ยวญี่ปุ่น

           “ญี่ปุ่น” จัดเป็นอีกหนึ่งประเทศ ที่เหล่านักท่องเที่ยวต่างนิยมกัน มีทั้งแหล่งช้อปปิ้ง สถานที่เที่ยวหลากหลายแนว อีกทั้งการเดินทางยังมีชั่วโมงที่ไม่ยาวนาน แต่ทั้งนี้ยังมีใครอีกหลายคน ที่ยังกังวลใจในเรื่องการเตรียมตัวเดินทาง กลัวที่จะลืมนั่นลืมนี่ กลัวแพ็คกระเป๋าแบบไม่ถูกฤดูกาล กลัวว่าการท่องเที่ยวแบบลุยเดี่ยว ในวันนี้เราจึงขออาสาทำคู่มือการเตรียมตัวไปญี่ปุ่นมาฝากเพื่อน ๆ กันค่ะ ลองมาดูกันว่า การเตรียมตัวไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเองอย่างไร แบบเก็บหมดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก ไปจนถึงการจัดโปรแกรมเที่ยวญี่ปุ่นในเมืองต่าง ๆ แม้ว่าการเที่ยวญี่ปุ่นของคุณครั้งนี้ เป็นครั้งแรกก็ตาม รับรองว่าหายหวง

วางแผนการเดินทาง

ในการขอวีซ่าไปญี่ปุ่นด้วยตนเองนั้นไม่ยาก ถือเป็นโชคดีของคนไทย ที่มีพาสปอร์ตไทย สามารเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นระยะสั้นไม่เกิน 15 วันตลอดทั้งปี โดยไม่ต้องขอวีซ่า ดังนั้นแค่เพียงจองตั๋ว จองที่พัก แล้วสามารถไปได้เลย แต่หากนักท่องเที่ยวต้องการเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นมากกว่า 15 วันแล้วละก็ สามารถเช็คดุได้เลยว่า จะขอวีซ่าแบบออนไลน์ที่เว็บสถานทูตญี่ปุ่นได้อย่างไร

โปรแกรมเมืองที่จะท่องเที่ยว

ข้อนี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะส่งผลถึงการจองตั๋วเครื่องบิน และที่พัก รวมไปถึงเรื่องการจัดงบประมาณการท่องเที่ยงของคุณอีกด้วย ทั้งนี้การท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นนั้น มีทั้ง 4 ฤดูกาล ซึ่งในแต่ละช่วงของทั้งปีนั้น ยังมีกิจกรรมให้ทำแตกต่างกันออกไป แต่เมืองท่องเที่ยวหลัก ๆ หลายเมือง ที่สามารถไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ดังต่อไปนี้

ฤดูใบไม้พลิ คือระหว่างเดือนมีนาคม ถึง เดือนพฤษภาคม เป็นช่วงที่ดอกซากุระบา โดยที่ดอกซากุระจะทยอยกันบานแตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค

ฤดูร้อน คือระหว่างเดือนมิถุนายน ถึง เดือนพฤศจิกายน เป็นช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี และเทศการเก็บเกี่ยว

ฤดูใบไม้ร่วง คือ ระหว่างเดือนกันยายน ถึง เดือนพฤศจิกายน จะเป็นช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี และเทศการเก็บเกี่ยว

ฤดูหนาว คือ ระหว่างเดือนธันวาคม ถึง เดือนกุมภาพันธ์ เป็นช่วงเที่ยวชมหิมะ เล่นสกี และเทศกาลหน้าหนาวต่าง ๆ ในเมืองท่องเที่ยวใหญ่ ๆ เช่น ซัปโปโร โตเกียว โอซาก้า เป็นต้น โดยจะมีการจัดงานไฟประดับเมืองในช่วงคริสต์มาส รวมไปถึงเทศกาลสุดดังในช่วงนี้ของปีคือ งานเทศกาลหิมะ และน้ำแข็งแกะสลักที่ซัปโปโร

          ปัจจุบัน การเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ตั๋วเครื่องบินไปยังเมืองต่าง ๆ ของญี่ปุ่น ถือว่ามีราคาที่ค่อนข้างถูก เพราะแทบจะทุกเมืองนั้น ล้วนเป็นเส้นทางยอดฮิตด้วยกันทั้งสิ้น มีทั้งเที่ยวบินต่อ และเที่ยวบินตรง ซึ่งมีหลากหลายสายการบิน ที่ให้บริการเส้นทางเหล่านี้ ทั้งสายการบินราคาถูก และสายการบินราคาพรีเมี่ยม

          อย่างที่เราบอกไปข้างต้นนี้แล้วว่า การเดินทางภายในประเทศญี่ปุ่นปัจจุบันนี้ ถือว่าสะดวกมาก เพราะมีบริการสายการบินเชื่อมต่อภายในประเทศอย่างมากมาย รวมไปถึงรถไฟความเร็วสูงข้ามเมือง รถไฟบนดิน เรือเฟอร์รี่ รถไฟบนดิน รถบัสโดยสาร รวมไปถึงรถเช่าขับเที่ยว สำหรับผู้ที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นแบบเป็นครอบครัว หรือคิดจะไปเที่ยวชมธรรมชาตินอกตัวเมือง

          โรงแรมที่พักในญี่ปุ่น มีให้เลือกอย่างมากมาย อีกทั้งในช่วงหลังมานี้ มีที่พักแบบประหยังในเมืองใหญ่ เช่น โรงแรมแคปซูล ซึ่งจะตั้งอยู่ใจกลางเมือง และเป็นที่นิยมเป็นอย่างสูง ในหมู่นักท่องเที่ยว เพราะนอกจากจะประหยัดแล้วนั้น ยังสะอาด สะดวกในการเดินทาง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ที่พักสไตล์เกสต์เฮ้าส์, รีสอร์ทสปาออนเซ็น และที่พักกึ่งบูทีคโฮเต็ลแบบโบราณประยุกต์ ตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญก็มาแรงไม่แพ้กัน

ก่อนออกเดินทาง ต้องเตรียมอะไรบ้าง

อย่าลืมที่จะทำเช็คลิสต์สิ่งที่ต้องเตรียมไปญี่ปุ่นทั้งหมด จองตั๋วที่พักให้ครบทุกคืน หากต้องเช่ารถ ต้องคิดให้เสร็จสรรพว่า จะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง และอย่าลืมทำใบขับขี่สากลติดตัวไปด้วย แต่สำหรับผู้ที่อยากท่องเที่ยวให้เต็มที่แค่ในตัวเมือง อย่าลืมที่จะซื้อตั๋ว JR Pass ไว้ล่วงหน้า หาแผนที่ดี ๆ วางแผนการเดินเที่ยวให้แม่น และอย่าลืมที่จะอ่านคู่มือการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะไว้ด้วย สิ่งที่อยากแนะนำสำคัญอีกข้อคือ หากคุณคิดจะท่องเที่ยวไปในหลาย ๆ ที่แล้วนั้น และรถไฟสามารถไปถึง แนะนำว่า ให้ซื้อตั๋วแบบรายสัปดาห์ หรือรายวัน จะประหยัดกว่าการซื้อแบบเที่ยวต่อเที่ยว

ระหว่างเดินทาง เตรียมตัวอย่างไร

1. สำหรับผู้ที่วางแผนเที่ยวหลายเมือง การเดินทางโดยเครื่องบินจะสะดวก และประหยัดมากกว่า ถ้าคุณจองตั๋วเที่ยวบินภายในประเทศล่วงหน้า โดยประมาณ 19 สัปดาห์ก่อนเดินทาง

2. แนะนำให้เดินทางไปลงยังสนามบินฮาเนดะ เพราะมีสายการบินให้บริการมากกว่าสนามบินนาริตะ ดังนั้นในการเดินทางเข้าโตเกียวจะสั้นกว่า และประหยัดค่าเดินทางได้มากกว่า

3. โหลดแอพพลิเคชั่นการแปลภาษามาใช้ เนื่องจากว่า คนญี่ปุ่นโดยส่วนใหญ่แล้ว จะไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ อย่างน้อยหากคุณหลงทาง ก็ยังสามารถสื่อสารแบบง่าย ๆ กับคนในท้องถิ่นได้

4. ติดนามบัตร และเบอร์โทรติดต่อของโรงแรมอยู่ตลอดเวลา ในกรณีที่คุณหลงทาง คุณสามารโชว์นามบัตรของโรงแรม ที่เป็นภาษาญี่ปุ่น ให้กับคนในท้องถิ่น หรือคนขับรถแท็กซี่ได้เช่นกัน