7 เทคนิค เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด เที่ยวอย่างไรงบไม่บานปลาย

เคล็ดลับการเที่ยวญี่ปุ่น

          หากวันนี้เราต้องมาพูดถึงเรื่องเที่ยว ทัวร์ญี่ปุ่น หลายคนอาจคิดว่า ต้องมีค่าใช้จ่ายต่อทริปสูงมากแน่ ๆ ทั้งตั๋วเครื่องบิน ค่่าที่พัก และค่าเดินทาง อีกทั้งในช่วงไฮซีซั่น ที่เป็นฤดูการลท่องเที่ยว ที่ราคาทุกอย่างจะพุ่งสูงขึ้นอย่างเท่าตัว บางคนเมื่อได้ยินเช่นนี้ ถึงขั้นเบนเข็ม ยอมตัดใจไม่ไปญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว เราเข้าใจในเหตุผลนี้ดี ดังนั้นเราจึงมี 7 เทคนิค วิธีเที่ยวญี่ปุ่นอย่างไรแบบประหยัด ที่สามารถทำได้จริง และยังได้เที่ยวญี่ปุ่นในรูปแบบครบรสอีกด้วย ตามเรามาดูกันเลยค่ะ ว่ามีเทคนิคอย่างไรบ้าง

1. ซื้อบัตร JR Pass เที่ยวทั่วญี่ปุ่นแบบไม่จำกัด

JR Pass คือ ตัวรถไฟที่สามารถพาคุณไปเที่ยวได้ทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยให้คุณใช้บริการรถไฟในเครือ JR แบบไม่จำกัด รวมไปถึงรถไฟความเร็วสูงอย่างชินคันเซน อีกทั้งยังใช้ได้กับรถไฟเอกชนบริษัทอื่น รถบัส และเรือเฟอร์รี่ในบางสายได้อีกด้วย แต่บัตร JR Pass นี้ สามารถซื้อได้เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาพำนักอยู่ในญี่ปุ่นระยะสั้นเท่านั้น ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวญี่ปุ่น 2 – 3 ภูมิภาคขึ้นไป ซึ่งจะแบ่งออกอีกเป็น 2 ประเภทคือ สำหรับที่นั่งชั้นกรีนคาร์ เป็นที่นั่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่า คล้าย ๆ กับที่นั่งเฟิร์สคลาสบนเครื่องบินนั่นล่ะ และสำหรับที่นั่งชั้นธรรมดา

2. ที่พักแบบชิลล์ ๆ โฮสเทล

เพราะที่พักคือส่วนสำคัญสำหรับงบประมาณของเรา ที่จะทำให้เราได้เที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัดได้ เราขอแนะนำคุณว่า ให้ลองพักแบบ โฮสเทล แล้วคุณจะประหยัดค่าที่พักไปได้อีกเยอะเลยทีเดียว เพราะโฮสเทลส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นนั้นจะเริ่มต้นอยู่ที่ 2,000 – 6,000 เยนต่อคืนเท่านั้น แต่หากใครที่กลัวการเข้าพักแบบโฮสเทสแล้วละก็ เลิกคิดไปได้เลยค่ะ เพราะโฮสเทลในญี่ปุ่นส่วนใหญ่นั้นจะมีความสะอาดมาก อยู่ใกล้สถานีขนส่งสาธารณ มีอุปกรณ์เอื้ออำนวนความสะดวกแบบครบครัน อีกทั้งยังมีพื้นที่ส่วนกลาง ที่อาจทำให้คุณได้พบเจอเพื่อนใหม่ ๆ จากการท่องเที่ยวญี่ปุ่นในครั้งนี้ แม้จะไม่สบายถึงขั้นโรงแรม แต่ถือว่าพักได้อยู่ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบเที่ยวเองแบบง่าย ๆ

3. ใช้ตั๋วเซชุน 18 คิปปุ นั่งรถไฟท้องถิ่น ไม่จำกัด

เป็นอีกหนึ่งตั๋วโดยสารที่เราอยากแนะนำ เพราะหากคุณอยากเที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัดแล้วนั้น ตั๋วเซชุน 18 คิปปุนี้ สามารถช่วยคุณได้ เป็นตั๋วรถไฟประเภทรายวัน ที่คุณสามารถใช้โดยสารรถไฟ JR ทั้งรถไฟท้องถิ่น และรถไฟด่วน ทั้งนี้ยังรวมไปถึงรถไฟด่วนใหม่ เรือเฟอร์รี่ JR Miyajima รถบัส และไนท์บัสบางสายอีกด้วย โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่ไม่สามารถใช้ขึ้นรถไฟด่วนพิเศษอย่างชินเซนได้ โดยตั๋วชนิดนี้มีราคาอยู่ที่ 11,850 เยน สามารถใช้ได้ 5 วัน แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นที่ติดกัน แต่ต้องไม่เกินวันหมดอายุบนหน้าบัตร อย่างไรก็ตามข้อจำกัดของตั๋วประเภทนี้คือ มีขายแค่ช่วงบางเวลาของปีเท่านั้น คือ ช่วงปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิ, ฤดูร้อน, และฤดูหนาวเท่านั้น

4. นอนโรงแรมแคปซูล

เพื่อเป็นการเที่ยวญี่ปุ่นแบบหยัดอย่างเต็มที่ อยากให้คุณได้ลองเข้าพักที่ โรงแรมแคปซูล แล้วคุณจะประหยัดค่าที่พักไปแบบครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว โดยราคาที่พักต่อคืนอยู่ที่ประมาณ 2,000 – 5,000 เยน ต่อคืนเท่านั้น แต่ด้วยขนาดพื้นที่จำกัด จึงทำให้ที่พักประเภทนี้อาจเหมาะสำหรับคนที่มีสัมภาระไม่เยอะ หรือเน้นการท่องเที่ยวแบบทั้งวัน สำหรับที่พัก คือการเข้านอนเท่านั้น ซึ่งหากคุณไม่ซีเรียสอะไรมากนัก โรงแรมแคปซูลคือตัวเลือกหนึ่งที่ดีเลยทีเดียว เพราะภายในแคปซูลก็มีสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ต่างจากโรงแรม เช่น ทีวี วิทยุ นาฬิกาปลุก ไฟอ่านหนังสือ รวมไปถึงปลั๊กไฟอีกด้วย แต่สำหรับคุณผู้หญิงไม่ต้องเป็นกังวลไปค่อ เพราะปัจจุบันโรงแรมแคปซูลก็มีเปิดเป็น Ladies Zone อีกด้วย

5. ใช้บริการ ไนท์บัส ข้ามเมือง

อย่างที่เรากล่าวไปข้างต้นนี้แล้วว่า หากคุณต้องการเที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัดนั้น คุณต้องหาข้อมูลการเดินทาง และที่พักให้ดี เพราะสำหรับนักเดินทางข้ามเมืองแล้วนั้น นอกจากจะมีพาสต่าง ๆ อีกมากมายให้นักนักท่องเที่ยวได้เลือกสรรแล้ว ยังมี ไนท์บัส เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับผู้ที่จะเดินทางข้ามจังหวัด โดยมีราคาอยู่ประมาณที่ 2,500 – 11,000 เยนต่อเที่ยวเท่านั้น เท่ากับว่าคุณสามารถประหยัดค่าที่พักไปได้ 1 คืนเลยทีเดียว เพราะคุณต้องขึ้นรถบัสตอนประมาณ 5 ทุ่ม ถึงจุดหมาย 8 โมงเข้า แต่การเดินทางด้วยไนท์บัสอาจเหมาะสำหรับผู้ที่หลับง่าย เพราะการนั่งรถประเภทนี้ จะมีพื้นที่จำกัด อีกทั้งที่นั่งอาจไม่กว้างขวาง แต่ยังพอที่จะขยับตัวได้

6. ซื้ออาหารถูกเวลา ประหยัดเงินได้อีก

เป็นอีกหนึ่งเทคนิคในการเที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด คือในเรื่องของอาหาร เพราะถ้าหากคุณอยากได้อาหารในราคาที่ถูกกว่าเดิมถึงครึ่งเลยนั้น ถ้าคุณไปซื้ออาหารตามซูเปอร์มาร์เก็ต ก่อนเวลาปิด 1 ชั่วโมง คุณจะได้เห็นพนักงานเริ่มแปะป้ายลดราคาอาหาร แต่โดยส่วนใหญ่อาหารที่ลดราคานั้น จะเป็นอาหารที่ต้องทานภายในวันนั้น หรือหากเป็นของสด ก็จะเป็นของสดที่หมดอายุภายในวันนี้เช่นเดียวกัน อีกทั้งถ้าหากยิ่งใกล้หมดเวลามากเท่าไร พนักงานอาจแปะป้ายลดราคาทับไปเรื่อย ๆ จนถึงครึ่งราคากันเลยทีเดียว แต่ของถูกและดีนั้น ต้องแย่งชิงกันมากหน่อย โดยเฉพาะอาหารยอดนิยมอย่าง ซูชิ ข้าวกล่องเบนโตะ หรือพวกซาชิมิ

7. เดินทางกับทัวร์ก็สบายดีนะ

อย่างที่รู้ดีกันอยู่แล้วว่า การไปเที่ยวญี่ปุ่นกับบริษัททัวร์นั้น ก็จะได้เที่ยวแบบสะดวกสบาย เพียงแค่เลือกโปรแกรมทัวร์ตามที่คุณสนใจ และเลือกตามงบประมาณที่เรามี โดยคุณจะมีไกด์พาเที่ยวอย่างไม่มีหลง อีกทั้งคุณยังไม่ต้องเสียเวลาวางแผนเองให้ยุ่งยาก และไม่ต้องกังวลเรื่องการสื่อสารทางด้านภาษา ดังนั้นจึงเหมาะกับการเที่ยวแบบครอบครัว ที่มีผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุเดินทางไปด้วย